ย้อนกลับ

เหตุเกิดขึ้นใกล้ป่าละเมาะแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ใกลบึงน้ำ..

ณ ที่นี้มีแม่ไก่กำลังนอนกกลูกน้อยๆ อยู่ 7 ตัว แต่ละตัวล้วนน่ารักน่าชัง ยามเช้าแม่ไก่จะพาลูกๆ ไปหัดคุ้ยเขี่ยดินเพื่อหาเมล็ดพืชและตัวหนอนกินเป็นอาหาร แม่ไก่ร้อง กุ๊กๆๆ เรียก ลูกไก่็ก็จะวิ่งไปหา่พร้อมกับส่งเสียงร้องเจี๊ยบๆๆ รับกันเป็นทอด มีอะไรทำให้ตกใจก็จะวิ่งเข้าไปซุกปีกแม่

แต่มีลูกไก่อยู่ตัวตัวหนึ่งมีลักษณะซุกซน อยากรู้อยากเห็น ชอบวิ่งแตกกลุ่มไปดูโน่นดูนี่อยู่เสมอ ซึ่งแม่ไก่ก็มักต้องไปตามให้มารวมกลุ่มกับพี่น้องอยู่เสมอ เพราะเกรงอันตราย แต่ลูกไก่หาได้เข้าใจถึงภยันตรายที่มีอยู่รอบด้านไม่ จึงไม่ค่อยสนใจคำเตือนของแม่ ยังวิ่งเล่นซุกซนอยู่เสมอ

เวลาเที่ยงของวันหนึ่ง ขณะที่แม่ไก่กับลูกๆ กำลังหลับอยู่ใต้ต้นไม้ ลูกไก่ตัวที่ซุกซนยังไม่ยอมนอน ป้วนเปี้ยนไล่ตามแมลงปอที่บินอยู่แถวนั้น พลันก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังแว่วมาแต่ไกล กิ๊บๆ กิ๊บๆ ลูกไก่ได้ยินก็รู้สึกแปลกใจและสนใจเพราะไม่เคยได้ยินเสียงนี้มาก่อน จึงเดินตามเสียงนั้นไป จนถึงริมบึงน้ำ ก็พบกับลูกเป็ดตัวเล็กๆ กำลังว่ายน้ำเล่นอยู่ในบึง ร้องเสียงดัง กิ๊บๆๆ

ลูกไก่ตื่นเต้นและสนใจมาก เดินไปชิดริมตลิ่ง ร้องตะโกนไปว่า "พวกเธอทำอะไรกันอยู่น่ะ"

"เรากำลังว่ายน้ำเล่น สนุกจริงๆ เธออยากลงมาว่ายเล่นกับเราไม๊ล่ะ" ลูกเป็ดตัวหนึ่งตะโกนตอบ

"เราว่ายน้ำไม่เป็น แล้วเราเป็นลูกไก่ จะลงไปว่ายน้ำได้หรือ ?"

"คงเหมือนกันแหละน่ะ มาสิ มาสนุกกับพวกเรา" ลูกเป็ดอีกตัวตอบ แล้วก็ดำผุดดำว่ายอย่างสนุกสนาน

ลูกไก่อยากเล่นสนุก แต่ก็รู้สึกกลัว ตะโกนตอบไปว่า "งั้นเราไปถามแม่เราก่อนนะ แล้วจะมาใหม่" ลูกไก่ก็วิ่งกลับไปหาแม่ ร้องเจี๊ยบๆ เล่าเรื่องที่พบเห็นลูกเป็ดว่ายน้ำ้ให้แม่และบรรดาพี่ๆ น้องๆ ฟัง ซึ่งบรรดาลูกไก่ทั้งหลายต่างฟังด้วยความตื่นเต้นและสนใจ แต่แม่ไก่รู้สึกกังวลใจขึ้นมาทันที จึงบอกลูกว่า

"นีแ่น่ะ ลูกๆ ที่รักของแม่ แม่จะบอกเจ้าว่า พวกเราเป็นไก่ ปีกของเราไม่แข็งแรง และเท้าของเราไม่มีพังผืด เราไม่สามารถว่ายน้ำได้เหมือนพวกเป็ด ฉะนั้น เจ้าทั้งหลายอย่าได้เข้าใกล้บึงนั้นอีก แม่ขอเตือนและห้ามเด็ดขาด เพราะมันจะเกิดอันตรายกับพวกเจ้าได้

ลูกไก่ฟังดังนั้นต่างก็เข้าใจ แต่ลูกไก่ผู้ซุกซนอดนึกถึงภาพลูกเป็ดที่ดำผุดดำว่ายด้วยความสนุกสนานไม่ได้ คิดในใจว่าถ้าตนได้ลงไปเล่้นด้วย ก็คงจะสนุกสนานไม่น้อย

วันต่อมาขณะที่แม่ไก่และลูกๆ ต่างนอนพักผ่อนอยู่ ลูกไก่ซุกซนอดใจไม่ไหว ก็ย่องหนีไปริมบึง ลืมคำที่แม่ได้ห้ามไว้จนหมดสิ้น ลูกไก่ยืนมองลูกเป็ดเล่นน้ำอย่างเพลิดเพลิน สักครู่ก็ได้ยินเสียงร้องเรียก

"ไก่เจี๊ยบ ลงมาเล่นน้ำกันเถอะ น้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลา ไม่ื่เชื่อมาดูสิ เรามาไล่จับปลากัน"

ลูกไก่รู้สึกทึ่งมากที่ลูกเป็ดดำน้ำไล่จับปลาตัวเล็กๆ จึงชะโงกหน้าไปดู แต่ทันใดนั้น เสียงดัง "ตูม" ลูกไก่ลื่นไถลตกน้ำลงไปในน้ำ สัญชาติญาณสอนให้เอาปีกกระเพื่อมน้ำและใช้เท้าตะกาย แต่อนิจจา ลูกไก่ไม่สามารถพยุงตัวให้ลอยได้เหมือนลูกเป็ด พอตัวชุ่มน้ำ ก็เริ่มทำท่าจะจม เสียงร้อง

"เจี๊ยบๆ แม่จ๋าช่วยลูกด้วย แม่จ๋าช่วยด้วย"

บรรดาลูกเป็ดเองต่างก็ตกใจที่เห็นลูกไก่ตกน้ำและกำลังจะจมไม่ลอยตัวเหมือนพวกตน ก็ร้องส่งเีสียงกิ๊บๆๆ ดังขรมไปทั้งบึง

เสียงลูกไก่ผสมกับเสียงลูกเป็ดร้องดังไปเข้าหูแม่ไก่ซึ่งกำลังงีบหลับอยู่ ด้วยความตกใจที่เห็นลูกหายไป จึงรีบวิ่งมาทางบึงน้ำ ก็พบลูกไก่กำลังตะเกียงตะกาย ใกล้จะจมน้ำ แม่ไก่ยืนตะลึง ่ไม่สามารถว่ายน้ำไปช่วยลูก เพราะไก่ว่ายน้ำไม่เป็น ได้แต่ยืนน้ำตาไหลพราก และร้องเรียกลูกเสียง กุ๊กๆๆ อยู่ริมบึงเป็นที่น่าเวทนาและทุกข์ทรมานใจ ที่จะต้องเห็นลูกจมน้ำไปต่อหน้าต่อตา

ก่อนที่ลูกไก่ผู้ซุกซนจะจมดิ่งลงก้นบึงน้ำ จิตสำนึกหนึ่งได้บอกตัวเองว่า " นี่ถ้าเราเชื่อฟังและไม่ดื้อดึงกับแม่ เราก็คงไม่ต้องประสบชะตากรรมเช่นนี้ "

เสียงเจี๊ยบๆ สุดท้ายเหมือนสังลาแม่ แล้วลูกไก่ก็จมดิ่งลงสู่ก้นบึง... ภาพที่เห็นเป็นที่เศร้าสลดใจยิ่งนัก

หวังว่านิทานเรื่อง "ลูกไก่ดื้อ" จะเป็นอุทาหรณ์สอนใจเด็กๆ ว่า การดื้อดึงไม่เชื่อฟังคำตักเดือน คำสอนของคุณพ่อคุณแม่ สุดท้ายก็จะพบกับความทุกข์ยากลำบาก และอาจจะต้องมีชะตากรรมเช่นเดียวกับลูกไก่ ซึ่งกว่าจะสำนึกได้ทุกอย่างก็สายไปแล้ว.

 
@ 2007 Mariya Kindergarten . All rights reserved.
This site is best viewed with Microsoft Internet Explorer 6.0+ at a minimum screen resolution of 1024 x 768,
A minimum modem connection speed of 56Kbps. Designed by PERFECT CIRCLE LTD,PART.