ย้อนกลับ

เรื่องมีอยู่ว่า..

ในป่าแห่งหนึ่งมีหมู่บ้านสัตว์แสนสุข หมู่บ้านนี้สรรพสัตว์ต่าง์อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข แต่ละตัวต่างมีอัธยาศัยไม่ตรีต่อกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ไม่เบียดเบียนกัร แต่อยู่มาวั้นหนึ่งมีกระต่ายต่างถิ่นตัวหนึ่งพลัดหลงเข้ามาในหมู่บ้านแห่งนี้ และได้เห็นเต่าตัวหนึ่งกำลังเดินมุ่งหน้าไปทางหนองน้ำใกล้หมู่บ้าน กระตายปากเปราะเห็นเต่าเดินต้วมเตี้ยมก็รู้สึกขบขัน เอ่ยขึ้นว่า

" ท่านจะไปไหนหรือ คุณเต่าต้วมเตี้ยม"

เต่ายิ้มแล้วหันมาตอบด้วยไมตรีว่า "จะไปที่หนองน้ำน่ะ ท่านล่ะจะไหนหรือ? "

กระต่ายตอบว่า "เราจะเข้าหมู่บ้าน ทราบมาว่าหมู่บ้านนี้อุดมสมบูรณ์น่าอยู่ จึงอยากเข้าไปเที่ยวชม ว่าแต่ว่าท่านเดิมช้าต้วมเตี้ยมอย่างนี้กว่าจะไปถึงหนองน้ำมิมืดค่ำดอกหรือ ฮ่ะๆๆ" กระต่ายหัวเราะอย่างดูแคลน

เต่าไม่สนใจคำถากถางและทำท่าว่าจะเริ่มเดินต่อไป แต่ก่อนไปก็หันมาบอกกระุ่ต่ายไว้ว่า

"เรารู้ว่าที่ท่านน่ะวิ่งเร็วปานลมกรด แม้เราจะเกิดมาต้วมเตี้ยม แต่เราก็เชื่อว่าเราเอาชนะท่านได้นะ"

เต่าหัวเราะอย่างชอบอกชอบใจเสียงดังลั่น พร้อมท้าเต่าว่า

"งั้นเชียวรึ! เอางี้ดีกว่า พรุ่งนี้เราพบกันในเมือง แล้วเรามาแข่งวิ่งกัน ใครถึงเส้ันชัยก่อน เป็นผู้ชนะ ถ้าใครแพ้จะต้องถูกปรับโดยเป็นผู้ไปหาอาหารมตอบแทนผู้ชนะหนึ่งเดือนเต็มๆ ท่านยอมรับคำถ้าไม๊ล่ะ ฮ่าๆๆ"

เต่าพยักหน้า "เรารับคำท้า พรุ่งนี้พบกันที่หน้าหมู่บ้าน เราจะให้ชาวบ้านแสนสุขเป็นกรรมการและพยาน" ว่าแล้วก็เดินต่อไปที่หนองน้ำ

วันรุ่งขึ้นเป็นวันแข่งขัน มีสิงสาราสัตว์ออกมาเป็นพยาน นกฮูกเป็นกรรมการตัดสิน และสิงโตเป็นผู้ปล่อยตัวคู่แข่งขัน พอเริ่มสตาร์ท กระต่ายวิ่งแผลวออกนำไปชนิดฝุ่นตลบ เสียงชียร์ดังลั่น เต่านั้นเริ่มออกเดินไปอย่างช้าๆ โดยไม่สนใจว่ากระต่ายจะไปถึงไหน

กระต่ายวิ่งมาเกินครึ่งทาง หันหลังไปดู ก็ยังไม่เห็นเต่าแม้แต่เงา ก็เกิดความชะล่าใจ ขณะเดียวกันแดดกำลังร้อน ข้างทางมีต้นไม้ใหญ่สามารถให้หลบพักเหนื่อยได้ชั่วครู่ ว่าแล้วกระต่ายก็เข้าไปนอนใต้ต้นไม้ ลมเย็นพัดแผ่วมา หลับตานอน สักครู่ก็ผลอยหลับไป นานเท่าใดมิอาจกำำหนดได้

ขณะที่เต่าเดินต้วมเตี้ยมด้วยฝีก้าวที่ยาวที่สุดเท่าที่เคยเดินมา เพราะนี่เป็นการแข่งขัน แต่เต่าไม่รู้สึกเหนื่อยล้า แม้จะต้องแบกกระดองไว้บนหลัง ครั้นเดินผ่านมาที่ร่มไ้ม้ เห็นกระต่ายกำลังหลับอย่างสบาย ก็ยิ้มและนึกในใจว่า นี่กระต่ายเจ้าลมกรดคงชะล่าใจแน่แล้ว ถึงไ้ด้หยุดพักนอนแบบนี้ เห็นดังนั้นเต่าจึงรีบก้าวเดินต่อไปอย่างมุ่งมั่น โอกาสที่เต่าจะได้รับชัยชนะในการแข่งขันเริ่มมีเค้าบอกแล้ว

เวลาผ่านไป กระต่ายซึ่งนอนหลับอยู่ได้ยินเสียงกระหึ่่มในระยะไกลๆ ดังผิดปกติ ก็สะดุ้งตื่น มองซ้ายมองขวาคิดว่าป่านนี้เจ้าเต่าึคงกำลังต้วมเตี้ยมไม่มีทางจะมาถึงตรงนี้ได้ จึงลุกขึ้นวิ่งต่อไปเพื่อเข้าเส้นชัย แต่เมื่อไปถึงเส้นชัย ปรากฏว่าเต่าได้ไปถึงก่อนแล้ว และเสียงที่ดังกระหึ่มไกลๆที่กระต่ายได้ยิน คงเป็นเสียงกองเชียร์เต่าขณะเต่าถึงเส้นชัยนั่นเอง

กระต่ายรู้สึกอับอายและโกรธตัวเอง ทั้งๆที่ตนเองเหนือกว่าทุกอย่างแต่ต้องมาแพ้ผู้ที่ด้อยกว่าและมองไม่เห็นทางสู้ นั่นเพราะความหยิ่งทะนงและมีความชะล่าใจเกินไป

นิทานเรื่องนี้จึงเป็นอุทธาหรณ์สอนใจให้กับเด็กๆ เกี่ยวกับเรื่องความหยิ่งทะนง การหลงตัวเองและการพูดจาดูถูกดูหมิ่นผู้อื่น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่วิสัยของผู้ที่เจริญแล้ว และพฤติกรรมเหล่านั้นก็เป็นสิ่งที่จะทำร้ายตนเองในที่สุด ส่วนในแง่ของเต่านั้น แม้จะด้อยกว่า แต่ถ้ามีความมุมานะอดทน ก็จะสามารถประสบความสำเร็จ เป็นผู้ชนะได้ในที่สุด ขอให้เด็กๆ จดจำนิทานกระต่ายกับเต่าไว้เพื่อสอนใจตัวเอง.

 
@ 2007 Mariya Kindergarten . All rights reserved.
This site is best viewed with Microsoft Internet Explorer 6.0+ at a minimum screen resolution of 1024 x 768,
A minimum modem connection speed of 56Kbps. Designed by PERFECT CIRCLE LTD,PART.