ย้อนกลับ

ณ หมู่บ้านเชิงเขาแห่งหนึ่ง ใกล้ๆ กับเนินเขามีทุ่งหญ้ากว้างติดชายป่า ชาวบ้านมักนำสัตว์เลี้ยงไปปล่อยเพื่อกินหญ้า แต่เนื่องจากในที่ลึกเข้าไปเป็นที่อาศัยของฝูงหมาป่าซึ่งมักออกมารบกวนฝูงสัตว์อยู่เป็นประจำ ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน ต้องคอยออกมาขับไล่และคอยระวังภัยให้แก่ฝูงสัตว์

วันหนึ่งมีเด็กชายของครอบครัวหนึ่งต้อนฝูงแกะออกไปกินหญ้าที่ทุ่งหญ้าชายป่า เด็กชายคนนี้ เป็นเด็กซุกซน ชอบเล่นสนุก วันนั้นเป็นวันที่เด็กชายออกไปเลี้ยงแกะโดยไม่มีเพื่อนเล่น รู้สึกเหงาขึ้นมา จึงมีความคิดอยากจะเล่นสนุกขึ้นมา คิดแล้วปล่อยฝูงแกะไว้ในทุ่ง ส่วนตัวเองแสร้งทำเป็นวิ่งหน้าตื่นตกใจกลับไปที่หมู่บ้าน พร้อมกับร้องตะโกนเสียงดังว่า

" ช่วยด้วยจ้า ช่วยด้วย! หมาป่ามันออกมาอาละวาด กำลังจะจับแกะของผมกิน " ว่าแล้วก็ทำท่าหอบแฮ่กๆ ให้ดูสมจริง
ฝ่ายชาวบ้านเมื่อได้ยินเด็กชายมาตะโกนร้อง ก็รีบตีเกราะเคาะไม้เีัรียกให้ชายฉกรรจ์ในหมู่บ้านออกไปช่วยกัน ทุกคนมีอาวุธปืนผาหน้าไม ้เตรียมตัวอย่างดีเพื่อออกไปช่วยกันไล่เจ้าหมาป่า

แต่เมื่อไปถึงทุ่งหญ้าก็เห็นฝูงแกะกำลังยืนแทะเล็มหญ้าอยู่เป็นปกติ ไม่มีอาการตื่นกลัวสัตว์ร้าย หรือมีเจ้าหมาป่าอยู่ในบริเวณนั้นแต่อย่างใด หัวหน้าชาวบ้านหันมาทางเด็กชาย แล้วตั้งคำถาม"ไหนล่ะไอ้หนู หมาป่าของเอ็ง ข้าไม่เห็นเลยสักตัว"" มันคงหนีไปแล้วล่ะจ้ะลุง ตะกี้มันมาจริงๆ นะลุง " เด็กชายทำสีหน้าตื่นเต้น แต่ในใจเด็กชายกลับรู้สึกสนุกที่ได้มีโอกาสแกล้งผู้ใหญ่
เมื่อได้ยินดังนั้นชาวบ้านบ่นพึมพำเสียดายที่ไม่สามารถจัดการกับเจ้าหมาป่า แล้วพากันเดินกลับหมู่บ้าน เมื่อกลุ่มชาวบ้านลับสายตาไปแล้ว

เด็กชายปล่อยหัวเราะเสียงดังด้วยความขบขันที่เห็นอาการตื่นเต้นกระตือรือร้นของกลุ่มชาวบ้าน และด้วยรู้สึกติดใจกับการได้แกล้งหลอกผู้คน ในวันรุ่งขึ้นเด็กชายก็นำฝูงแกะออกไปเลี้ยงที่เดิมอีก และก็กระทำการป่าวร้องเรื่องหมาป่าจะมากินแกะอีกครั้ง ซึ่งชาวบ้านก็เชื่อ กระหืดกระหอบออกมาไล่อีก ซึ่งสุดท้ายก็ปราศจากวี่แววของหมาป่าตามที่เด็กชายกล่าวอ้าง เด็กชายก็เพิ่มความขบขันเป็นทวีคูณ และรู้สึกกระหยิ่มใจ

มีชาวบ้านหลายคนตั้งข้อสังเกตว่าอาจไม่มีหมาป่าออกมาจริง เพราะสังเกตว่าฝูงแกะไม่ตื่นตกใจ เมื่อชาวบ้านรู้สึกเช่นนั้นก็เริ่มจับได้ว่าเด็กชายพูดโกหก หลอกให้หลงเชื่อ จึงเลิกใส่ใจ

อยู่มาวันหนึ่ง ขณะที่เด็กชายนำฝูงแกะไปเลี้ยงในทุ่งหญ้าเหมือนเคย ขณะที่เขากำลังจะเคลิ้มหลับอยู่ใต้ต้นไม่ เขาก็ได้ยินเสียงแกะร้อง จึงวิ่งไปดู ก็ได้พบฝูงหมาป่าตัวจริงเสียงจริง กำลังไล่ต้อนแกะ และได้คาบลูกแกะลากเข้าป่าไปตัวหนึ่งแล้ว เมื่อเห็นดังนั้น เด็กชายจึงวิ่งหน้าตื่นเข้าไปขอความช่วยเหลือในหมู่บ้าน

" ช่วยด้วยจ้าๆ หมาป่ามาจับแกะผม ฮือๆ" คราวนี้เด็กชายตัวสั่นและร้องไ้ห้ด้วยความตื่นกลัว แต่ปรากฏว่าชาวบ้านต่างคิดว่าเด็กชายคนนี้พูดโกหกอีกแล้ว จึงทำไม่รู้ไม่ชี้ ต่างทำงานของตัวเองไปโดยไม่สนใจอีกต่อไป

เมื่อเป็นดังนั้นเด็กชายจึงวิ่งกลับไปที่ทุ่งหญ้าก็พบว่าแกะหลายตัวหายไป โดยมีร่องรอยถูกหมาป่าลากเข้าไปในป่าลึก เด็กชายรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และคิดว่าตนเองไม่น่าจะพูดโกหก ทำให้ขาดความเชื่อถือ และผลแห่งการพูดปดมดเท็จได้ตอบสนองเขาแล้ว เขาต้องสูญเสียแกะไปหลายตัว พอกลัีบบ้านก็คงโดนพ่อแม่ดุว่าเฆี่ยนตีอีก

เรื่องนี้จึงเป็นอุทธาหรณ์สอนใจเด็กๆ ได้ดีว่า การพูดจาโกหกอย่างไร้เหตุผลอยู่เป็นประจำ สุดท้ายคนพูดก็จะเป็นคนที่ขาดความเชื่อถือ ไม่มีใครอยากคบหาสมาคมด้วย และ คำว่า "เด็กเลี้ยงแกะ" จึงกลายเป็นเครื่องหมายของคนที่ชอบพูดโกหกด้วยประการฉะนี้.

 
@ 2007 Mariya Kindergarten . All rights reserved.
This site is best viewed with Microsoft Internet Explorer 6.0+ at a minimum screen resolution of 1024 x 768,
A minimum modem connection speed of 56Kbps. Designed by PERFECT CIRCLE LTD,PART.